



5.
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มุกดาหาร เมืองแห่งคำขวัญที่ว่า
" หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกระเบา
แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน
กลองโบราณล้ำเลิศ
ถิ่นกำเนิดลำผญา
ตระการตาชายโขง
เชื่อมโยงอินโดจีน"
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์จังหวัดมุกดาหารตั้งเป็นเมืองโดยเจ้าจันทกินรี เจ้าเมืองโพนสิม ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ได้อพยพมาตั้งเมืองใหม่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขงตรงปากห้วยมุก เมื่อเดือน 4 ปีกุน พ.ศ. 2313 และให้ชื่อเมืองว่า เมืองมุกดาหาร
เดิมเมืองมุกดาหารมีฐานะเป็นเมืองขึ้นการปกครองกับมณฑลอุดร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 มีการปรับปรุงการปกครองมณฑลอุดรเป็นจังหวัดและเมืองมุกดาหารถูกยุบเป็นอำเภอมุกดาหารขึ้นการปกครองกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2525 รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2525 ยกฐานะอำเภอมุกดาหารเป็นจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2525 เป็นต้นมา โดยให้อำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย กิ่งอำเภอดงหลวงและกิ่งอำเภอหว้านใหญ่แยกจากการปกครองของจังหวัดนครพนม รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอดงหลวงและกิ่งอำเภอหว้านใหญ่เป็นอำเภอ และกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งกิ่งอำเภอหนองสูงแยกเขตปกครองของอำเภอคำชะอี เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2528 และยกฐานะเป็นอำเภอหนองสูง ทำให้ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารประกอบด้วย 7 อำเภอ
2.1 ที่ตั้ง จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีอาณาเขตติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16-17 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 104-105 องศาตะวันออกมีพื้นที่ทั้งหมด 4,339.83 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,712,394 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ระยะทาง ประมาณ 642 กิโลเมตร
2.2 อาณาเขต จังหวัดมุกดาหาร
เป็นจังหวัดที่ 73 ของประเทศไทยและเป็นจังหวัดที่ 17
ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้
ทิศเหนือ
ติดต่อกับอำเภอนาแก อำเภอธาตุพนม จังหวัด นครพนม
และอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร
ทิศใต้
ติดต่อกับอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
และอำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด
สำหรับพื้นที่จังหวัดมุกดาหารที่มีชายแดนติดกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สปปล. โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน มีจำนวน 3 อำเภอ 9 ตำบล 27 หมู่บ้าน ดังนี้
1. อำเภอเมืองมุกดาหาร ติดต่อกับตาแสงจอมแก้ว ตาแสงโพนสวัน ตาแสงส้มป่อย เมืองคันทะบุรี(เมืองที่ตั้งของแขวงสะหวันนะเขต) เป็นระยะทาง
29 กิโลเมตร
2. อำเภอดอนตาล ติดกับตาแสงส้มป่อย เมืองคันทะบุรี ตาแสงโพนส้มโฮ้ง เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร
3. อำเภอหว้านใหญ่ติดกับตาแสงจอมแก้ว ตาแสงท่าสะไน และตาแสงแก่งกะเบา เมืองไชยบุรี แขวงสะหวันนะเขต เป็นระยะทาง 22 กิโลเมตร
(หมายเหตุ
ไทย
สปป.ลาว
จังหวัด เทียบเท่า แขวง
อำเภอ
เมือง
ตำบล
ตาแสง)
ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดมุกดาหารทางทิศเหนือและทิศใต้เป็นที่ราบสูง ทางทิศตะวันตกมีเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเป็นป่าไม้ บางแห่งเป็นป่าทึบ ส่วนทิศตะวันออก เป็นที่ราบสลับป่าไม้มีแม่น้ำโขงเป็นเขตกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ยาวประมาณ 72 กิโลเมตร โดยมีอำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงได้แก่ อำเภอหว้านใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอดอนตาล
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดมุกดาหาร มีลักษณะแบบมรสุมเมืองร้อน (TROPICAL MONSOON CLIMATE) ในช่วงมรสุมจะได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดียซึ่งจะนำฝนมาตกปริมาณไม่มากนัก ปริมาณฝนส่วนมากได้รับมาจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งก่อตัวที่บริเวณทะเลจีนใต้เคลื่อนผ่านประเทศเวียดนาม และประเทศ สปป.ลาวเข้าสู่ประเทศไทยประมาณปีละ 3-4 ลูก
ฤดูกาล จ.มุกดาหาร
สภาพภูมิอากาศจังหวัดมุกดาหารแบ่งได้เป็น 3 ฤดูกาลดังนี้
1. ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ กลางเดือนพฤษภาคม มีความแปรปรวนของกระแสอากาศสูง อุณหภูมิสูงขึ้นแดดกล้าและอากาศแห้งแล้ง มีพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง
2. ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม กลางเดือนตุลาคม และมักมีฝนทิ้งช่วงตอนปลายเดือนมิถุนายน กลางเดือนกรกฎาคม
3. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม กลางเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงนี้มีมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุม ทำให้มีอากาศหนาวเย็นและอุณหภูมิลดต่ำลงโดยทั่วไป
ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540-2544
1. อุณหภูมิสูงสุด 42.5 องศาเซลเซียส เมื่อ 14 เมษายน 2541
2. อุณหภูมิต่ำสุด 7.0 องศาเซลเซียส เมื่อ 25 ธันวาคม 2542
3. ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ 1,425.98 มิลลิเมตร
5. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญได้แก่ แหล่งน้ำธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา ป่าไม้ ดิน หิน กรวดทราย ฯลฯ รายละเอียดมีดังนี้
5.1 แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ แม่น้ำโขง ซึ่งไหลเป็นแนวกั้นเขตแดนระหว่างไทย สปป.ลาว โดยมี 3 อำเภอ ที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน คืออำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอดอนตาล และอำเภอหว้านใหญ่ เป็นระยะทางทั้งสิ้น 72 กิโลเมตร สำหรับแหล่งน้ำธรรมชาติอื่นๆ ได้แก่ ห้วยชะโนด ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่ นอกจากนั้นยังมีแหล่งน้ำของกรมชลประทานอีกหลายแห่ง
5.2 ป่าไม้ ในปัจจุบัน(2544) จังหวัดมุกดาหารมีเนื้อที่ป่าไม้ 906,250 ไร่ หรือประมาณ 33.41% ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัด โดยมีป่าสงวนแห่งชาติ 13 ป่า มีอุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง คืออุทยานแห่งชาติมุกดาหาร อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวและอุทยานแห่งชาติห้วยหวด มีสวนรุกขชาติ 1 แห่ง คือสวนรุกขชาติดงบังอี่ มีเขตรักษาพันธ์ป่า 1 แห่ง คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน มีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ มีวนอุทยาน 2 แห่ง คือ วนอุทยานดงบังอี่,วนอุทยานภูหมู
5.3 ดิน ทรัพยากรประเภทดินนับได้ว่าเป็นทรัพยากรอันมีค่าของจังหวัดมุกดาหารทั้งนี้เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีที่ราบซึ่งเหมาะแก่การเกษตรค่อนข้างจำกัดเพียงประมาณ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดแต่คุณภาพดินของจังหวัดมุกดาหารก็นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าอีกหลายๆจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
5.4 สิ่งแวดล้อม ภายใต้เงื่อนไขของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดและความต้องการที่มีอย่างไม่สิ้นสุด การเพิ่มประชากร ความเจริญเติบโตและขยายระบบเศรษฐกิจส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การพังทลายของดินริมฝั่งแม่น้ำโขง การบุกรุกลักลอบตัดไม้ทำลายป่าทำให้สภาพป่าอันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารเสื่อมโทรมลง การแก้ไขปัญหาดังกล่าว จังหวัดมุกดาหารได้พยายามสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพัง และปลูกป่าฟื้นฟูอนุรักษ์สภาพป่าไม้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ตลอดจนปลุกจิตสำนึกให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 52 ตำบล 502 หมู่บ้าน โดยมีอำเภอเมืองมุกดาหารเป็นเขตการปกครองที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาได้แก่ อำเภอดงหลวง ส่วนเขตการปกครองที่เล็กที่สุด ได้แก่ อำเภอหว้านใหญ่ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย
- องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
- เทศบาล 4 แห่ง คือเทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลคำชะอี เทศบาลตำบลนิคมคำสร้อย เทศบาลตำบลดอนตาล
- องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 50 แห่ง
1. สภาตำบล มี 2 ตำบล
การแบ่งเขตการปกครองของจังหวัดมุกดาหาร
|
อำเภอ |
พื้นที่ |
จำนวน |
จำนวน |
จำนวนประชากร |
ระยะห่างจาก |
||
|
(ตร.กม.) |
ตำบล |
หมู่บ้าน |
ชาย |
หญิง |
รวม |
ตัวจังหวัด(กม.) |
|
|
1.เมืองมุกดาหาร |
1,235 |
12 |
137 |
64,493 |
63,901 |
128,394 |
- |
|
2.คำชะอี |
646 |
9 |
85 |
23,764 |
23,977 |
47,741 |
35 |
|
3.ดอนตาล |
511 |
7 |
62 |
20,687 |
20,317 |
41,004 |
33 |
|
4.นิคมคำสร้อย |
377 |
7 |
79 |
21,101 |
20,901 |
42,002 |
27 |
|
5. ดงหลวง |
1,076 |
6 |
52 |
17,569 |
17,157 |
34,726 |
55 |
|
6. หว้านใหญ่ |
84 |
5 |
43 |
9,410 |
9,422 |
18,832 |
30 |
|
7. หนองสูง |
410 |
6 |
44 |
10,711 |
10,717 |
21,428 |
50 |
|
รวม 7 อำเภอ |
4,339 |
52 |
502 |
167,735 |
166,392 |
334,127 |
- |
ที่มา : ทีทำการปกครองจังหวัดมุกดาหาร ( ข้อมูล ณ เดือน มิถุนายน 2544 )
การเลือกตั้ง จังหวัดมุกดาหารมีสถิติการเลือกตั้ง 5 ประเภท คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ดังนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (6 มกราคม 2544) มีผู้มาใช้สิทธิในระดับค่อนข้างมาก คือร้อยละ 72.14 มีบัตรเสีย ร้อยละ 10.62
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ครั้งที่ 2 29 เมษายน 2544) มีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างมาก คือร้อยละ 65.31 มีบัตรเสียร้อยละ 7.03
การเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด (5 ก.พ.2543) มีผู้มาใช้สิทธิ ค่อนข้างมากคือร้อยละ 67.51 มีบัตรเสียร้อยละ 3.46
การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (4 กรกฏาคม 2542) มีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างมากคิดเป็นร้อยละ 73.24 มีบัตรเสียร้อยละ 2.77
การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (23 มิถุนายน 2544 ) มีผู้มาใช้สิทธิ
ร้อยละ 72.67 มีบัตรเสียร้อยละ 1.91
8.1 ประชากร จังหวัดมุกดาหารมีประชากรทั้งสิ้น 334,127 คนเป็นชาย 167,735 คน หญิง 166,392 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.28 % อัตราการเกิดของประชากร 4.14 คนต่อพันคน อัตราการตาย 1.39 คนต่อพันคน ภาษาที่ใช้จะใช้ภาษากลาง ภาษาอีสานและภาษาท้องถิ่น
8.2 การตั้งถิ่นฐาน จังหวัดมุกดาหารประกอบด้วยชนเผ่าต่างๆ รวม 8 เผ่า ได้แก่ ผู้ไทย ไทยย้อ ไทยข่า ไทยกระโซ่ ไทยกระเลิง ไทยแสก ไทยกุลา และไทยลาวแต่ละเผ่าจะอยู่รวมกลุ่มกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่อำเภอต่างๆ ดังนี้
- ชาวผู้ไทย (ภูไท) ส่วนใหญ่จะอยู่พื้นที่อำเภอหนองสูงและอำเภอคำชะอี
- ชาวไทยย้อ จะอยู่ในอำเภอหว้านใหญ่
- ชาวไทยข่า จะอยู่ที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล
- ชาวไทยโซ่ (โส้) อยู่ในพื้นที่อำเภอดงหลวง
- ชาวไทยกระเลิง (ข่าเลิง) เป็นพวกตระกูลเดียวกันกับชาวไทยข่าและชาวไทยโส้ อยู่ในพื้นที่อำเภอคำชะอี
- ชาวไทยแสก มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
- ชาวไทยกุลา มีอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร
- ชาวไทยลาว ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร
ประชากรของจังหวัดมุกดาหารอาศัยอยู่ในเขตเมืองประมาณร้อยละ 14 อาศัยอยู่ในเขตชนบทประมาณร้อยละ 86 ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ยประมาณ 77 คนต่อตารางกิโลเมตร
8.3 อัตราการเปลี่ยนแปลงประชากร จังหวัดมุกดาหารมีอัตราการเปลี่ยนแปลงของประชากรในด้านอัตราการเกิด,อัตราการตายและอัตราการเพิ่มของประชากรไม่มากนัก โดยจากข้อมูลปี 2540-2544 แสดงได้ดังนี้
อัตราการเปลี่ยนแปลงของประชากร
|
อัตราการเปลี่ยนแปลงของประชากร |
ปี 2540 |
ปี 2541 |
ปี 2542 |
ปี 2543 |
ปี 2544 |
|
1. อัตราการเกิดต่อประชากร 1,000 คน |
0.75 |
10.60 |
11.43 |
11.43 |
8.29 |
|
2. อัตราการตายต่อประชากร 1,000 คน |
3.26 |
3.08 |
3.68 |
3.03 |
2.70 |
|
3. อัตราการเพิ่มต่อประชากร 1,000 คน |
1.05 |
0.75 |
0.77 |
0.84 |
0.63 |
ที่มา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
1. การประกอบอาชีพ ประชากรของจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร
คิดเป็นร้อยละ 54.1 ของผู้มีงานทำภายในจังหวัด จำแนกตามโครงสร้างกำลังแรงงานได้ดังนี้
ตารางที่ 1 จำนวนและร้อยละของประชากร
จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ
|
สถานภาพแรงงานของประชากร |
รวม |
ชาย |
หญิง |
|||
|
จำนวน |
ร้อยละ |
จำนวน |
ร้อยละ |
จำนวน |
ร้อยละ |
|
|
ยอดรวม |
290,317 |
100.0 |
148,413 |
100.0 |
141,904 |
100.0 |
|
ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป |
201,638 |
69.5 |
103,399 |
69.7 |
98,239 |
69.2 |
|
1. ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน |
148,601 |
51.2 |
86,504 |
58.3 |
62,096 |
43.8 |
|
1.1 กำลังแรงงานปัจจุบัน |
144,454 |
49.8 |
84,552 |
57.0 |
59,903 |
42.2 |
|
1.1.1 ผู้มีงานทำ |
139,407 |
48.0 |
80,335 |
54.1 |
59,072 |
41.6 |
|
1.1.2 ผู้ว่างงาน |
5,047 |
1.7 |
4,216 |
2.8 |
831 |
|