

ลักษณะโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
1.
ลักษณะโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
1.1 การคมนาคม
การติดต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับอำเภอต่างๆภายในจังหวัดมีถนนลาดยางติดต่อกันได้โดยตลอด ส่วนการติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานครเป็นถนนลาดยางทุกสาย
จังหวัดมุกดาหารอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 642 กิโลเมตร ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-บ้านไผ่-มหาสารคาม- ร้อยเอ็ด-โพนทอง-คำชะอี-มุกดาหาร หรือเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา(ทางหลวงหมายเลข 2) เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 207 ที่บ้านวัดผ่านประทาย พุทไธสง พยัฆภูมิพิสัย
(ทางหลวงหมายเลข 202) เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ ยโสธร แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2169 ผ่านทรายมูล กุดชุม เลิงนกทา แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านนิคมคำสร้อยสู่มุกดาหาร
1) รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด มีรถธรรมดาและรถปรับอากาศบริการเดินรถจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (แห่งที่ 2) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ มาจังหวัดมุกดาหารวันละหลายเที่ยว โดยส่วนใหญ่จะออกจากกรุงเทพฯ และจังหวัดมุกดาหารในช่วงเช้าและตอนเย็นทุกวันรวมทั้งบริษัทเอกชนที่บริการด้านขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ-มุกดาหารด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีรถประจำทางเชื่อมระหว่างจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน อาทิจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี นครพนม สกลนคร อุดรธานี และมหาสารคาม ฯลฯ
2) รถไฟ การบริการรถด่วน รถเร็วและรถด่วนพิเศษ
สปรินเตอร์
ระหว่างกรุงเทพฯอุบลราชธานี มีบริการทุกวัน
จากนั้นต่อรถโดยสารไปจังหวัดมุกดาหารระยะทางประมาณ 167 กิโลเมตร
3) เครื่องบิน หากประสงค์จะเดินทางโดยเครื่องบิน ต้องใช้บริการที่ท่าอากาศยานจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม ซึ่งมีระยะทางห่างจากจังหวัดมุกดาหารประมาณ
167 กม.,120 กม.,และ 105
กม. ตามลำดับ
ต่อจากนั้นต่อรถโดยสารไปจังหวัดมุกดาหาร
1.2 การสาธารณูปโภค
1) ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารโอนกระแสไฟฟ้ามาจากเขื่อนลำโดมน้อยจังหวัดอุบลราชธานี โดยรับกระแสแรงสูง 3 เฟส ระบบ 22,000 โวลต์ผ่านสถานีไฟฟ้าต่อจังหวัดมุกดาหาร มีกำลังผลิต 75 เมกะวัตร/ชม. แต่ปัจจุบันใช้เพียง 25 เมกะวัตต์/ชม.
(1,000,000 ยูนิต )
|
ปีงบประมาณ |
2541 |
2542 |
2543 |
2544 |
|
จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า (ราย) |
58,551 |
58,755 |
60,603 |
62,660 |
|
กระแสไฟฟ้าที่จำหน่าย(ยูนิต) |
81,690 |
81,508 |
82,865 |
90,632 |
|
- ที่อยู่อาศัย |
55,638 |
43,747 |
44,766 |
49,928 |
|
- สถานธุรกิจและอุตสาหกรรม |
17,118 |
26,458 |
26,747 |
30,173 |
|
- สถานที่ราชการและสาธารณะ |
8,934 |
10,324 |
10,666 |
10,531 |
|
- อื่นๆ |
- |
978 |
685 |
0 |
ที่มา :
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร
2) การประปา ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร มีกำลังการผลิต 650 ลบ.ม./ชม
|
ปีงบประมาณ |
2540 |
2541 |
2543 |
2544 |
|
จำนวนผู้ใช้น้ำ (ราย) |
7,771 |
8,074 |
8,626 |
9,004 |
|
กำลังผลิต(ลบ.ม./ปี) |
3,124,800 |
5,961,600 |
5,616,000 |
5,694,000 |
|
ปริมาณน้ำที่ผลิตได้(ลบ.ม./ปี) |
2,281,248 |
2,433,697 |
2,451,480 |
2,869,830 |
|
น้ำที่จำหน่ายแก่ผู้ใช้
(ลบ.ม.) |
1,667,880 |
1,786,495 |
2,070,732 |
2,039,000 |
|
น้ำที่จำหน่ายแก่สาธารณ |
613,368 |
647,202 |
80,748 |
3,900 |
|
|
|
|
|
|
ที่มา:
สำนักงานประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร
3) โทรศัพท์ ปี 2544 จังหวัดมุกดาหารมีจำนวนหมายเลขโทรศัพท์ทั้งสิ้น 9,512 หมายเลข เป็นเลขหมายที่มีผู้เช่าหมายเลข
9,512 เลขหมาย และผู้เช่าหมายเลขมากที่สุดคือบริษัทเอกชน
รองลงมา
ได้แก่ ภาคราชการ
อัตราส่วนหมายเลขโทรศัพท์ต่อประชากรมุกดาหาร เท่ากับ
ลำดับที่
|
ชื่อชุมสาย
|
เลขหมาย |
สำรอง |
สำรอง |
เลขหมาย |
รวม |
|
|
|
เปิดใช้ |
ราชการ |
ชนบท |
ว่าง |
|
|
1 |
มุกดาหาร |
3,230 |
- |
0 |
- |
3,230 |
|
2 |
ดงหลวง |
197 |
- |
0 |
- |
197 |
|
3 |
หว้านใหญ่ |
422 |
0 |
0 |
- |
422 |
|
4 |
คำชะอี |
385 |
- |
0 |
- |
385 |
|
5 |
ดอนตาล |
435 |
- |
0 |
- |
435 |
|
6 |
นิคมคำสร้อย |
344 |
- |
0 |
- |
344 |
|
7 |
บ้านค้อ |
160 |
- |
0 |
- |
160 |
|
8 |
บางทรายน้อย |
195 |
- |
0 |
- |
195 |
|
9 |
บริษัทเอกชน |
4,144 |
0 |
0 |
- |
4,144 |
|
รวม |
|
9,512 |
- |
0 |
- |
9,512 |
ที่มา :
สำนักงานบริการโทรศัพท์จังหวัดมุกดาหาร(ข้อมูล ณ 31 ต.ค.
2544)
2) การพัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงการค้าสู่อินโดจีน
จังหวัดมุกดาหารนั้นอยู่ในภาคอีสานตอนกลาง ซึ่งมีเขตติดต่อหรือใกล้เคียงกับจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สกลนคร และนครพนม ในระยะทางเฉลี่ยประมาณ 100-230 กิโลเมตร ซึ่งมีจุดที่เหมาะสมที่จะเป็น ศูนย์กลางในการกระจายสินค้า มีชายแดนติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน (ยาวประมาณ 72 กิโลเมตร) แขวงสะหวันนะเขต มีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูก เป็นแหล่งผลิตสินค้าการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดของประเทศ
สปป.ลาว(ประมาณ 800,000 คน) รัฐบาลลาวกำหนดให้แขวงสะหวันนะเขตเป็นเขตการค้าเสรีและแหล่งท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็นหัวเมืองที่เป็นศูนย์กลางของการค้าขายระหว่างประเทศของลาวและมีความสำคัญรองจากนครเวียงจันทน์
โดยมีเมืองคันทะบุรี (ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเทศบาลเมืองมุกดาหาร
) เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางหมายเลข 9 ของกลุ่มประเทศอินโดจีน ซึ่งเชื่อมสู่ตอนกลางของประเทศเวียดนาม ตลอดไปถึงชายทะเลเข้าบรรจบเส้นทางหมายเลข
1 ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรเศษ โดยมีหัวเมืองที่สำคัญของเวียดนาม คือ
เมืองกวางตรี เมืองเว้ (เมืองหลวงเก่า) และเมืองดานัง ซึ่งเป็นท่าเรือที่สำคัญของเวียดนามที่สามารถรองรับเรือขนาด 30,000 ตันได้และในอดีตเส้นทางนี้คือเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในสมัยสงครามอินโดจีน แต่ในปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญระหว่างประเทศไทย ลาว
เวียดนาม กัมพูชา และประเทศจีนตอนใต้
จากสภาพความเหมาะสมทางภูมิประเทศที่ตั้งตามที่กล่าวมาข้างต้น จังหวัดมุกดาหารจึงมีสภาพเป็น เมืองที่สำคัญด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว กับกลุ่มประเทศอินโดจีนและประเทศจีนตอนใต้ ดังนั้นจึงได้มีการอนุมัติโครงการก่อสร้าง ที่สำคัญมายังจังหวัดมุกดาหารดังนี้
2.1 โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจรเชื่อมชายฝั่งตะวันออก จากบริเวณโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกมายังจังหวัดสระแก้ว-จังหวัดสุรินทร์-จังหวัดยโสธร สิ้นสุดที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการส่งออกให้แก่สินค้าที่ผลิตได้ในเขตนี้ ทั้งที่มีเป้าหมายการตลาดที่กลุ่มประเทศอินโดจีน(ส่งออกที่จังหวัดมุกดาหาร)
และหรือประเทศอื่นๆ
ในตลาดโลก(ส่งออกที่ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง,ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด ) ตามแนวนโยบายกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นของรัฐบาล
2.2 โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจรเชื่อมตะวันออก-ตะวันตก (East -West
Economic Corridor) จากบริเวณที่ก่อสร้างสะพานข้ามแม่เมย อำเภอแม่สอด
จังหวัดตาก มายังจังหวัดพิษณุโลก-จังหวัดขอนแก่นสิ้นสุดที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมของประเทศพม่า,ประเทศจีนตอนใต้,ประเทศไทยและกลุ่มประเทศอินโดจีนเข้าด้วยกัน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ตามโครงการประสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(โครงการพัฒนาหกเหลี่ยมเศรษฐกิจ) ที่ประกอบด้วย 6 ประเทศคือ ประเทศจีนตอนใต้,ประเทศเวียดนาม,ประเทศพม่า,ประเทศ สปป.ลาว , ประเทศกัมพูชาและประเทศไทย
2.3 การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ลาวและไทยได้มีการตกลงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ขึ้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยและของกลุ่มประเทศอินโดจีนเข้าด้วยกันเป็นการขจัดอุปสรรคในการขนส่งสินค้าระหว่างกัน จะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งและย่นระยะเวลาของการขนส่งลงได้ สามารถอำนวยประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการค้าขายระหว่างประเทศไทย กับกลุ่มประเทศอินโดจีนซึ่งที่ผ่านมาได้มีการลงนามบันทึกการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมจังหวัดมุกดาหาร-
แขวงสะหวันเขต เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2541 บริเวณจุดก่อสร้างฝั่งไทยอยู่ที่บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่
อำเภอเมืองมุกดาหาร (อยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารไปทางเหนือประมาณ 7 กม.) บริเวณจุดก่อสร้างฝั่งลาวอยู่ที่บ้านนาแก เมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันนะเขต
(อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 5
กม. ) ลักษณะเป็นสะพานคอนกรีต 2 ช่องจราจรกว้าง 8 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.5
เมตร ความยาว 1,600 เมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ 66.22 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยและ
สปปล. ออกค่าใช้จ่ายฝ่ายละครึ่ง โดยใช้เงินกู้จาก JBIC (Japan Bank
International Cooperation) ปัจจุบัน ได้ลงนามตกลงการก่อสร้างระหว่างราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ระหว่างชาติ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต เมื่อวันที่
18 มีนาคม 2544 และจากการประชุมคณะรัฐมนตรี
4 ฝ่าย (ไทย,ลาว,เวียดนาม, ญี่ปุ่น) เมื่อวันที่
22 พฤศจิกายน 2544 กำหนดจะลงนามในสัญญาเงินกู้กับ
JBIC ในเดือนธันวาคม 2544 ก่อสร้างสะพานในเดือนกันยายน
2545 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2548
ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี
2.4 การศึกษาศักยภาพในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมุกดาหาร-
แม่สอด
จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดเป้าหมายที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม จะจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
โดยใช้ระบบปลอดภาษีการค้า ภาษีการนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน ภาษีส่งออก ปลอดภาษีการท่องเที่ยวและปลอดภาษีด้านอุตสาหกรรม ขณะนี้ผู้ศึกษาจากบริษัทที่
ปรึกษา Consultanty Network ได้เสนอรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ต่อกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาและประสานงานความร่วมมือเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน
(กพบ.) ได้ให้ความเห็นชอบผลการศึกษาการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมุกดาหาร เมื่อปลายปี 2540 และดำเนินการจัดทำ
Master Plan ในปีงบประมาณ 2542 ภายในวงเงิน 10 ล้านบาท ขณะนี้กำลังศึกษาวางแผนการพัฒนาพื้นที่
4 จังหวัดของไทย คือ สกลนคร
นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร กับ 2 แขวงของ
สปปล. คือ แขวงคำม่วน กับแขวงสะหวันนะเขต
จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะพบว่า จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้าด่านและเป็นประตูสู่อินโดจีน
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตรงข้ามกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สปปล.
ซึ่งเป็นแขวงที่ใหญ่อันดับสองรองจากเวียงจันทร์ แต่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุด ของ
สปปล. อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมจากจังหวัดมุกดาหารผ่านเส้นทางหมายเลข
9 ของแขวงสะหวันนะเขตเข้าสู่เมืองท่าของประเทศเวียดนามที่นครดานัง ทำให้จังหวัดมุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต มีการค้าขายกันในปริมาณที่สูง ประกอบกับประเทศเวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซี่ยนแล้ว
ดังนั้นในอนาคตจะมีการค้าขายกับไทยผ่านสะหวันนะเขต-มุกดาหาร ในปริมาณเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศด้วย