

1. ศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนของจังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมทางด้านการค้าและการลงทุนเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานได้เปรียบจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่หลายประการดังนี้
1. วัตถุดิบ จังหวัดมุกดาหารมีวัตถุดิบด้านผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีวัตถุดิบจากฝั่งลาว ซึ่งมีราคาไม่สูงมากนัก
2.
แรงงาน ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารมีแรงงานจำนวนมาก เพียงพอต่อการลงทุนด้าน
อุตสาหกรรมและมีค่าแรงงานถูก
3. ราคาที่ดินในภาพรวมที่ดินจังหวัดมุกดาหารมีราคาถูก ราคาที่ดินจะสูงเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งมีพื้นที่อยู่เพียง 35 ตารางกิโลเมตร
4. แหล่งเงินทุนจังหวัดมุกดาหารมีสภาพคล่องตัวทางด้านการเงินสูง และหาแหล่งเงินทุนได้ไม่ยาก เนื่องจากปัจจุบันสาขาของธนาคารพาณิชย์แทบทุกธนาคาร อยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร
5. การคมนาคมในอนาคตอันใกล้นี้ จังหวัดมุกดาหารจะมีเครือข่ายการคมนาคมที่สมบูรณ์แบบเชื่อมโยงไปยังจุดสำคัญทั่วประเทศ ดังนี้
1) ถนน 4 ช่องจราจร เชื่อมโยงพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกจากแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีมายังจังหวัดมุกดาหาร (ชลบุรี-สระแก้ว-บุรีรัมย์-ยโสธร-มุกดาหาร ) เพื่อเชื่อมต่อท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม
ตามเส้นทางหมายเลข 9 ของลาว จากจังหวัดมุกดาหาร ผ่านสะหวันนะเขต เข้าเมืองกวางตรี-เว้-ดานัง- ประเทศเวียดนาม
2) ถนน 4 ช่องจราจร เชื่อมตะวันตกกับตะวันออก East West
Economic Corridor จากสะพานข้ามแม่น้ำเมย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มายังจังหวัดมุกดาหาร (ตาก-สุโขทัย-พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-ขอนแก่น- มุกดาหาร
) ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมต่อไปยัง
สปป.ลาว และท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม
5) การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขตของลาว สะพานฝั่งไทยอยู่บริเวณบ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหา(ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ ประมาณ 7 กม.) ฝั่งลาวอยู่บริเวณบ้านนาแก เมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันนะเขต
)
6) การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน การดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่จังหวัดมุกดาหาร ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาได้ส่งรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ในขั้นตอนสุดท้ายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ Master Plan
7) โครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
โดยได้ดำเนินการควบคู่กันไปทั้งด้านไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ฯลฯ
1) ไฟฟ้า ปัจจุบันมีกำลังผลิต 75 เมกะวัตต์/ชม. แต่ใช้เพียง 25 เมกะวัตต์/ชม. ในอนาคตเป็นสถานที่ตั้งไฟฟ้าแรงสูงรับกระแสไฟฟ้าจาก สปปล. ขนาด 900 เมกกะวัตต์
2) ประปา ปัจจุบันกำลังผลิต 650 ลบ.เมตร/ชม. สามารถรองรับความเจริญได้อีก 8 ปี
3) โทรศัพท์ มีบริการครอบคลุมทุกอำเภอ มีทั้งสิ้น 9,639 หมายเลข ให้บริการไปแล้ว 8,471 หมายเลข คงเหลือสำรอง 1,173 หมายเลข
8) การบริการปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารมีโรงแรมชั้น 1 ขนาดห้องพักตั้งแต่ 100- 200 ห้อง รวม
3 โรงแรม
ได้แก่ โรงแรมพลอยพาเลซ โรงแรมมุกดาหาร
แกรนด์ โฮเทล โรงแรมมุกธารา
นอกจากนั้นยังมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กอีกหลายแห่ง
2. ประเภทอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและลู่ทางการลงทุน
จากการพิจารณาลักษณะภูมิประเทศและที่ตั้งของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งโขงตลอดจนการเปิดประตูสู่อินโดจีน โดยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต ทั้งศักยภาพด้านอื่นๆแล้ว จังหวัดมุกดาหารจะมีอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนแยกตามประเภทต่างๆได้ดังนี้
1. อุตสาหกรรมผลิตพลาสติก
2. อุตสาหกรรมผลิตแก้ว
3. อุตสาหกรรมกระเบื้องมุงหลังคา
4. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กล๊าส
5. อุตสาหกรรมปั่นด้าย
6. อุตสาหกรรมเส้นใยประดิษฐ์
7. อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังแปรรูป
8. อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนและประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
9. อุตสาหกรรมกล่องกระดาษลูกฟูก
10. อุตสาหกรรมบ้านสำเร็จ
3. สรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร
เมื่อพิจารณาจากศักยภาพและความพร้อมในด้านต่างๆแล้ว จังหวัดจึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร ดังนี้
การพัฒนาจังหวัดมุกดาหารในช่วง 5
ปี ต่อไป
(2545-2549 )
จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสาตร์การพัฒนาจังหวัด 5 ปี ดังนี้ "จังหวัดมุกดาหารจะเป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอินโดจีน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง เพื่อบรรลุการเป็นเมืองน่าอยู่"
เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว จังหวัดจึงกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้
7 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1.
ยุทธศาสตร์ การเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน
3.
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
4.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง
5.
ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างประชาคมให้เกิดความเข้มแข็งในทุกระดับ
6.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง
7.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวความคิดเมืองน่าอยู่