


|
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]()
เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
1. ลำหัวดอนตาล
เป็นการร้องทำนองลำเต้ยหรือลำผญา ที่มีลักษณะเฉพาะทั้งทำนองและ
คำกลอน ที่ไพเราะและสร้างความสนุกสนามครึกครื้นให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร
ลำหัวดอนตาลมีแหล่ง กำเนิดจากอำเภอดอนตาล ผู้ร้องจะประกอบด้วยฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
จะร้องและลำคู่กัน คำกลอนที่ร้อง จะมีความหมายไปในทางเกี้ยว พาราสี และตัดพ้อต่อว่ารวมทั้งถามข่าวคราวซึ่งกันและกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว
มีดนตรีประกอบคือ แคน นอกจาก คู่ร้องสองคนแล้ว ยังมีลูกคู่ซึ่งเป็น หญิงสาวมาฟ้อนประกอบจังหวะเสียงแคนและเพิ่มความสนุกสนาน
การลำหัวดอนตาลจะเล่นได้ทุกงานตั้งแต่งานบุญบ้าน บุญงานมงคล บุญงานศพ
2. ลำคอนสวรรค์
คือ ลำเต้ย ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีจังหวะค่อนข้างเร็ว กระชับท่วงทำนองไพเราะ
ชวนฟัง ใช้โต้ตอบและเกี้ยวพาราสีระหว่างหมอลำหญิงและชาย ระหว่าง การลำจะมีการฟ้อนรำเกี้ยวกันด้วย
เต้ยมีหลายทำนอง เต้ยธรรมดา เต้ยโขง
(เต้ยเบิ่งโขง) เต้ยพม่า (คล้าย พม่ารำขวาน) เต้ยหัวดอนตาล (แบบดอนตาล มุกดาหาร)
ซึ่งเต้ยคอนสวรรค์มีท่วงทำนองคล้ายเต้ยดอนตาล แต่ท่วง ทำนองจะเร็วกว่าเต้ยดอนตาล
ลายแคนก็ใช้ทำนองของเต้ยทำนองต่าง ๆ ดังกล่าว
ตัวอย่างคำร้องลำผญา
ข้าสิยอมือน้อมนมัสการสิโรราป เพิ่นผู้สร้างเมืองบ้านตั้งแต่หลัง
บัดนี้ สิได้เล่าบอกอ้างประวัติบอกโบฮานขาน มุกดาหารเฮามีแต่หลังโบฮานสร้าง
บัดนั้นพระได้เติ่นเพื่อนพ้องพลเทพพลาลาหาร นำพลแพนบ่าวสาวชุมเฒ่า
ลงเฮือพร้อมประดับประดาตกแต่ง ข้ามแม่น้ำของกั้นฮอดเอยเถิง
ถึงฝั่งน้ำแนวหมู่ตาลชุม พระได้เซาพลแพนเลือกเอ่ยซุมเซายาง
พระก็เห็นสิมฮ้างอาฮามหลวงของเก่า เป็นวัดฮ้างโบราณสร้างแต่หลัง
พระจึงคิดใคร่ฮู้อาณาเขตของนคร พระได้เติ่นพลแพนถากเอ่ยถางดงไม้
พระก็แลเห็นต้นตาลสูงฮูปประหลาด มียอดเจ็ดซ่อซั้นอินทร์เจ้าแต่งแปลง
ก่อนนั้นเป็นซาวซั้นเมืองเอกของโบฮาน เคยฮุ่งเฮืองตั้งแต่หลังเหลือส่าง
ถ่าเฮาบารมีแก่กล้าสิบุญฮอดพญาเมือง ขอให้ของมุงคุณแต่หลังเหลือไว้
คืนนั้นก็ได้เกิดปาฏิหาริย์เหนือเมืองโบฮานเก่า เป็นหน่วยแก้วลอยขึ้นจากหมู่ตาล
แสงส่องแจ้งแดงเขตแนวนคร ฝูงหมู่ชนเฮาเห็นทั่วแดนเมืองกว้าง
เขาก็สาธุการซ้องพญาเมืองบุญมาก พระจึงตั้งเขตแค้วนนครขึ้นฝั่งของ (โขง)
นามหน่วยแก้ว มุกดาหาร นคเรศ ผู้สืบสร้างเมืองบ้านให้ฮุ่งเฮือง
เมืองนี้อยู่ได้สองฮ้อยเศษปีปลาย ยืนยังสุขจวบเอ่ยจนทุกวันนี้
ผู้เพิ่นสร้างเมืองนี้กินรียศใหญ่ ได้แก่ พญาจันทร์ ศรีสุราชเจ้าปางนั้นสืบเอยมา
