ข้อมูลการลงทุนใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สรุปขั้นตอนการขออนุมัติการลงทุนและจัดตั้งบริษัทของผู้ลงทุนชาวต่างชาติ การขออนุมัติการลงทุน

  


                

ผู้ลงทุนยื่นขอใบอนุญาตต่อ FIMC

 

FIMC วิเคราะห์และกลั่นกรองโครงการลงทุนร่วมกับกระทรวง

และแขวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

                                                                                                                                                           ภายใน 90 วัน

 

FIMC BOARD  พิจารณาอนุมัติโครงการลงทุน

                                                                                                                                                                                                               

 

 


 

การจดทะเบียนใบอนุญาตของ  FIMC

                                                                                                                                                                                              ภายใน 90 วัน

ผู้ลงทุนติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามประเภทของกิจการ เช่น

-          กระทรวงการเงิน  เพื่อจดทะเบียนนิติบุคคลและรับทราบการดำเนินการด้านภาษี

-          กระทรวงคมนาคมขนส่ง  ไปรษณีย์และก่อสร้าง  เพื่อขออนุญาตการปลูกสร้าง

-          กระทรวงอุตสาหกรรม และตั้งโรงงาน

-          กระทรวงการค้า  เพื่อขออนุญาตจดทะเบียนนำเข้าและส่งออกสินค้าและวัตถุดิบ

       


 

 

 

                                                    กฎระเบียบที่ควรรู้

 

ข้อกำหนดด้านการลงทุน

          รัฐบาลลาวกำหนดให้นักลงทุนต่างชาติต้องเปิดบัญชีกับธนาคารก่อนขออนุญาตลงทุนในลาวทำให้นักลงทุนต่างชาติต้องเปิดบัญชี  โดยใช้ชื่อบุคคลขอเปิดบัญชีในนามบริษัท และเมื่อได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งบริษัทแล้ว

จึงค่อยเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทฯ ภายหลัง  นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติต้องวางเงินเป็นประกันว่าตนต้องการจะเข้าไปลงทุนในลาวจริง ๆ เพื่อให้รัฐบาลลาวเกิดความเชื่อมั่น

 

การเปิด L/C

          สามารถเปิด L/C กับธนาคารพาณิชย์ของต่างประเทศ ธนาคารร่วมทุน และธนาคารพาณิชย์ของรัฐ 3 แห่ง

ได้แก่  ธนาคารการค้าต่างประเทศ  ธนาคารลาวใหม่  และธนาคารล้านช้าง

          ผู้ที่มีเงินฝากเป็นเงินตราต่างประเทศจะสามารถเปิด L/C เพื่อสั่งสินค้าเข้าโดยสะดวก

 

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

1.     สกุลเงินที่ธนาคารแห่งประเทศลาว ยอมรับ ได้แก่ บาท  ดอลลาร์สหรัฐ  มาร์คเยอรมัน เยนญี่ปุ่น ฟรังค์ฝรั่งเศส  ฟรังค์สวิส  และปอนด์สเตอริง

2.     อัตราแลกเปลี่ยนเป็นแบบ INTER-BANK MONETARY EXCHANGE RATE โดยมีธนาคารพาณิชย์ของรัฐเป็นผู้กำหนด

3.     ห้ามใช้เงินตราต่างประเทศสกุลใด ๆ ชำระค่าสินค้าและบริการภายในประเทศเด็ดขาด

4.     ผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสามารถแลกได้ที่ธนาคารที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

5.     การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือโอนย้ายทุนไปต่างประเทศหรือเพื่อดำเนินธุรกิจของบริษัทจะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดและต้องดำเนินการผ่านธนาคารแห่ง

สปป.ลาว หรือธนาคารที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล

 

การโอนเงิน

1.     เงินที่ชาวต่างประเทศสามารถโอนไปนอกประเทศได้คือ

-          กำไร

-          รายได้จากการให้เช่า การให้บริการ หรือการขายเทคโนโลยี เทคนิคและการบริการ

-          ต้นทุนและดอกเบี้ยของการให้กู้ยืมหรือการซื้อหุ้น

-          เงินลงทุนที่ครบกำหนดสัญญา (หมดอายุ) หรือเลิกกิจการภายหลังที่ได้ชำระบัญชีแล้ว

-          ค่าแรงงานของชาวต่างประเทศ

-          อื่น ๆ ตามเงื่อนไขสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการลงทุน

2.     การโอนเงินไปต่างประเทศต้องโอนผ่านธนาคารในลาวที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่ง สปป.ลาว และจะต้องโอนตาม INVOICE โดยธนาคารจะเป็นผู้ตรวจสอบหลักฐานการโอนและรายงานต่อ

ธนาคารแห่ง สปป.ลาว ต่อไป

3.     ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปในลาวสามารถให้บริการการโอนเงินแก่ลูกค้าได้ 3 ประการคือ

-          การโอนเงินชำระค่าสินค้า

-          การโอนเงินชำระหนี้สินเงินกู้

-          การโอนเงินปันผลกำไรกลับต่างประเทศ

-          การโอนเงินประเภทดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน  เท่านั้น

 

บัญชีเงินฝาก

         เมื่อผู้ส่งออกได้รับเงินตราต่างประเทศสามารถฝากไว้ในบัญชีที่ธนาคารได้ 3 สกุลเงิน  คือ

บาท  กีบ  และดอลลาร์สหรัฐ  ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542  อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลเงินกีบได้ปรับให้สูงขึ้น

จากเดิม 12%  เป็น 26%  ต่อปี

 

แรงงาน

          การรับคนเข้าทำงานมีข้อกำหนดให้รับชาวลาวก่อน ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตามแรงงานต่างชาตินั้นจะต้องถ่ายทอดฝีมือแรงงานให้แก่ชาวลาว อีกทั้งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล สำหรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ ของคนงานไม่ว่าจะเป็นชาวลาวหรือชาวต่างประเทศจะได้รับการค้ำประกันด้วยสัญญาแรงงาน เงินเดือนจะจ่ายเป็นกีบหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

แล้วแต่จะตกลงกันระหว่างเจ้าของกิจการกับพนักงาน

 

ระเบียบการควบคุมและการใช้แรงงาน

-          กฎหมายไม่จำกัดสิทธิในการรับคนงาน แต่การจ้างงานต้องมีสัญญา

-          นายจ้างต้องกำหนดระเบียบการทำงาน โดยอยู่ภายใต้การตรวจตราดูแลของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ

-          กฎหมายแรงงานที่กำหนดให้มีการจัดตั้งกรรมบาล (องค์กรแรงงานที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มแรงงาน)ภายในที่ทำงาน  ซึ่งมีหน้าที่ชักชวนให้ผู้ใช้แรงงานปฏิบัติตามระเบียบการทำงานและเป็นสื่อกลางไกล่เกลี่ยข้อ

-          พิพาทระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง

-          กฎหมายแรงงานห้ามใช้คนงานด้วยการบังคับ ยกเว้นกรณีเพื่อการรักษาความมั่นคงภายใน หรือกรณีเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจ

 

การทำสัญญาแรงงานและยกเลิกสัญญาแรงงาน

-          การทำสัญญาแรงงานถือเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น  ทั้งนี้อาจทำด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษรตามแต่

ลักษณะของการว่าจ้าง ซึ่งอาจกำหนดเวลาหรือไม่ก็ได้

-          การขอ WORK PERMIT ทำงานในลาว ใช้เวลาอย่างน้อย 15 วัน

-          การทดลองงาน จะมีกำหนดไม่เกิน 1 เดือน  สำหรับแรงงานไร้ฝีมือและไม่เกิน 3 เดือน สำหรับแรงงานฝีมือ

-          การยกเลิกสัญญา

 

·        กรณีต่างฝ่ายต่างเห็นชอบ ผู้ประสงค์จะยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วัน

·        กรณีนายจ้างต้องการปลดพนักงานออก จะต้องแจ้งล่วงหน้า 3 เดือน พร้อมให้เหตุผลการปลด กรณีนี้ผู้ถูกปลดมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน

·        กรณีลูกจ้างกระทำผิด นายจ้างสามารถปลดลูกจ้างออกจากงานโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินอุดหนุนได้  การกระทำผิดหมายถึง ไม่ซื่อสัตย์ ละเมิดระเบียบ วินัยบ่อยครั้ง ละทิ้งหน้าที่การงาน 4 วัน  ติดต่อกันโดยไม่แจ้งเหตุ

ผลบ่อยครั้ง หรือถูกศาลตัดสินจำคุก

 

งานธรรมดา

          สัปดาห์ละไม่เกิน 6 วัน

          วันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละไม่เกิน 48 ชั่วโมง

งานหนัก

           งานที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพได้ง่าย เช่น ต้องสัมผัสกับรังสี กลิ่นไอหรือสารเคมี วันละไม่เกิน 6 ชั่วโมง หรือ

สัปดาห์ละไม่เกิน 36 ชั่วโมง

 

 

การทำงานนอกเวลา

v     ไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน  ถ้าเป็นคนงานรายวัน

v     ไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อเดือน  ถ้าเป็นคนงานรายเดือน

v     ไม่เกิน 2 วันถ้าเป็นคนงานที่ต้องทำในวันหยุดประจำสัปดาห์

วันหยุด

          วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน  อาจเป็นวันอาทิตย์ หรือวันใดก็ได้ตามแต่จะตกลง สำหรับวันหยุดราชการ รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนด

การลาหยุด

           การลาป่วยไม่เกิน 30 วัน ใน 1 ปี หากเกิน 30 วัน ผู้ป่วยจะใช้กองทุนทดแทนตามระเบียบการประกันสังคม

ซึ่งผู้ใช้แรงงานจะได้รับเงินเดือนตามปกติแต่ไม่เกิน 180 วัน และจะได้รับเพียงร้อยละ 50 หากเกิน 180 วัน แต่ไม่เกิน 18 เดือน

           การลาพักผ่อนประจำปี (เฉพาะลูกจ้างรายเดือนที่มีอายุงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี) ปีละไม่เกิน 18 วัน หากไม่ต้องการลาก็มีสิทธิลาหยุดโดยคิดเท่ากับ 1.5 เท่า ของรายได้ปกติ

เงินเดือนและค่าจ้าง

           เงินเดือนหรือค่าแรงงานจะต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ทางการประกาศอาจเบิกจ่ายวันใดก็ได้และจ่ายเงิน

ก่อนหรือหลังงานก็ได้ กฎหมายกำหนดให้เน้นความเสมอภาคในการรับเงินเดือนและค่าจ้างแรงงาน โดยไม่มีการ

คำนึงถึงเพศ สัญชาติหรือเชื้อชาติ

             อัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ คือ 96,000 กีบต่อเดือน หรือประมาณ 500 บาทต่อเดือน

 

 

                                         สิ่งจูงใจสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ

Ø      การให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุนและทรัพย์สินของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงอนุญาตให้นักลงทงทุนสามารถเช่าที่ดินและโอนสิทธิและผลประโยชน์จากการเช่าที่ดินได้

Ø      ทรัพย์สินของนักลงทุนต่างชาติจะไม่ถูกเรียกคืน หรือนำเอาไปจัดสรรให้ใหม่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญของลาว

Ø      นักลงทุนสามารถส่งรายได้และทุนจากการลงทุนกลับไปยังประเทศของตนหรือประเทศอื่นได้

Ø      รัฐบาลไม่เข้าแทรกแซงตลาด ปล่อยให้มีการแข่งขันอย่างเสรี

Ø      ไม่แบ่งแยกเรื่องเชื้อชาติหรือสัญชาติของนักลงทุน

Ø      อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาตินำบุคคลบุคลากรต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปทำงาน

Ø      อำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางเข้า – ออก

Ø      สปป.ลาว ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีศุลกากร (GENERALIZED SYSTEM OF PREFERANCE : GSP)  สำหรับสินค้าประเภทสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากกลุ่ม EU (EU จะพิจารณาการต่ออายุ  GSP ทุกปี)

Ø      เป็นที่คาดว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะให้สถานะความร่วมมือทางเศรษฐกิจฉันท์ปกติ (NORMAL TRADE RELATIONS : NTR)  ซึ่งเดิมเรียกว่า MOST FAVORED NATION TREATMENT: MFN แก่รัฐบาลลาวในปี 2000

Ø      สปป.ลาว เป็นสมาชิกของ ASEAN ซึ่งก่อตั้งเดือน กรกฎาคม 2540 สปป.ลาว จึงมีพันธกรณีที่ต้องเรี่ม

ลดภาษีภายใต้กรอบ AFTA ในปี 2541 และจะต้องลดและยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า ทั้งภาษีและที่มิใช่ภาษีให้แก่สมาชิก AFTA ให้แล้วเสร็จภายในปี 2551

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2544 – 2548  จำแนกตามภาค  ดังนี้

·        พื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เช่น แขวงอุดมไซ  โดยมีนโยบายในการพัฒนาที่สำคัญ คือ อุตสาหกรรมปรุงแต่ง และปลูกพืช

·        พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หลวงพระบาง   โดยมีนโยบายในการพัฒนาที่สำคัญ คือ เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืช

·        พื้นที่ภาคกลาง เช่น เวียงจันทน์  โดยมีนโยบายในการพัฒนาที่สำคัญ คือ ปลูกพืชอาหาร และอุตสาหกรรม

·        พื้นที่ภาคใต้  เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ  โดยมีนโยบายที่สำคัญ คือ ปลูกกาแฟ ข้าวสาลี และผัก

 

           การให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษี

*    ยกเว้นภาษีเงินได้กำไรเป็นเวลา 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับโครงการ

*    ลดภาษีอากรขาเข้าสำหรับอุปกรณ์การผลิตและอะไหล่รวมทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในธุรกิจการผลิต เหลือร้อยละ 1

*    โดยทั่วไป  ภาษีเงินได้นิติบุคคลจัดเก็บในอัตราร้อยละ 20 แต่การลงทุนในบางพื้นที่จะเสียภาษีในอัตราพิเศษ คือ  การลงทุนในเขตเมืองร้อยละ 20 เขตชนบทร้อยละ 15 และพื้นที่ทุรกันดารและภูดอยร้อยละ 10

*    ยกเว้นภาษีส่งออกสำหรับสินค้าส่งออกหรือสินค้าส่งออกต่อ (RE-EXPORT)

*    ยกเว้นภาษีอากรนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้เพื่อการผลิตสินค้าส่งออก

*    สำหรับโครงการใหญ่และสำคัญ อาจได้รับการยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีภายใต้การเจรจาโดยระบุในข้อสัญญา

 

*   ลาวได้ลงนามในอนุสัญญาเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (THE AVOIDANCE OF DOUBLE

         TAXATION) กับไทย  ซึ่งจะช่วยให้รายได้ต่าง ๆ ของนิติบุคคลไทยที่ได้รับจากการลงทุนในลาวไม่มีปัญหาภาระภาษีซ้อน

*   คนลาวสามารถสื่อสารเป็นภาษาไทย

 

สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนในลาวปัจจุบันนี้ อาทิ

 

  1. อุตสาหกรรมก่อสร้าง  ผู้รับเหมาไทยมักได้งานรับเหมาก่อสร้างในลาวประมาณ 70 – 80% ของทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูป  SUB-CONTACT
  2. อุตสาหกรรมสิ่งทอ  ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 52 แห่ง  ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปสหภาพยุโรป ซึ่งลาวได้รับ GSP โดย EU กำหนดให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 40 % ของทั้งหมด
  3. โรงหีบเหล็กเส้น  ปัจจุบันลาวมีโรงหีบเหล็กเส้นในประเทศ  แต่ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก ทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
  4. ธุรกิจเหมืองแร่ มีเพียงบริษัท ผาแดง และหงสาลิกไนต์ เท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในลาว
  5. อุตสาหกรรมเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า  ปัจจุบันเหลือเพียงโครงการขนาดใหญ่เท่านั้น เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทยต้องการลดปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว
  6. ธุรกิจโม่หิน  ส่วนใหญ่อยู่ในแขวงคำม่วน มีประมาณ 5-6 แห่ง

v     ความต้องการหินในลาวมีค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่ต้องส่งออกไปจำหน่ายไทยทางจังหวัดนครพนมในราคาประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคิว

v     ธนาคารร่วมพัฒนามีลูกค้าโรงโม่หินอยู่ 1 แห่ง ชื่อ บริษัท สุวรรณธร(ของลาว) ปัจจุบันเป็นหนี้มีปัญหา โดยบริษัทฯดังกล่าวมีภาระหนี้กับธนาคารพาณิชย์ในลาว เนื่องจากธนาคารไม่ทำตามความต้องการของลูกค้า และบริหารธุรกิจไม่เป็น อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีนักลงทุนไทยทำธุรกิจนี้อยู่แล้วในจังหวัดนครพนมต้องการติดต่อซื้อโรงโม่หินสุวรรณธร

  1. ธุรกิจโรงแรมในเวียงจันทน์  แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

v     โรงแรมระดับ 5 ดาว มี 3 แห่ง คือ SETTHA PALACE , LAO PLAZA HOTEL

NOVOTEL ราคาห้องพักประมาณ 40 – 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อห้องต่อคืน

v     โรงแรมระดับต่ำรองลงมา เช่น โรงแรมล้านช้าง และโรงแรมดอกไม้แดง เป็นต้น ราคาห้องพักประมาณ 30 – 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อห้องต่อคืน

  1. บริษัทให้คำปรึกษาด้านการลงทุนแก่โครงการต่าง ๆ (MEKONG PROJECT DEVELOPMENT FACILLITY : MPDF)

*         ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่นักลงทุนทั่วไปในด้านต่าง ๆ อาทิ การทำ FFEASIBILITY STUDY เตรียมแผนธุรกิจ และหาแหล่งเงินกู้จากที่ต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า อาทิ IFC ฯลฯ

*         ปัจจุบันมีโครงการลงทุนที่ MPDF ให้คำปรึกษาและสนใจขอเงินกู้จาก ธสน. คือโครงการขยายโรงพิมพ์ของบริษัท PHANKHAM HIGHTECH OA จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของคนลาว 100 % ซึ่งต้องการขยายกำลังการผลิต โดยจะซื้อเครื่องพิมพ์สี มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

                                     โครงการที่รัฐบาล สปป.ลาว  ให้การสนับสนุนและส่งเสริม

*   การผลิตเพื่อส่งออก เช่น พลังงานไฟฟ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป กาแฟ และผลิตภัณฑ์ไม้

*   การพัฒนาภาคเกษตรกรรม อาทิ การพัฒนาระบบชลประทาน การติดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าสู่ไร่นา

*   การผลิตสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้า เช่นสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง อะไหล่รถยนต์ จักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า

 

                                                      ข้อเสนอแนะและข้อควรระวัง

  1. กฎระเบียบ

·        กฎระเบียบข้อบังคับสำหรับการลงทุนต่างประเทศยังมีความคลุมเครือไม่แน่นอน ซึ่งไม่สามารถใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนได้ทราบเท่าที่ควร

·        นักลงทุนอาจถูกเรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบบางอย่างทางวาจา ซึ่งมีผลบังคับไม่แตกต่างจากการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร

·        ทางการลาวอาจขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้ ซึ่งทำให้ต้นทุนของโครงการเพิ่มขึ้นโดยไม่คาดหมาย

·        สัญญาเช่าที่ดินไม่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เช่า (นักลงทุนต่างชาติ) เพียงพอ

·        นโยบายของเจ้าแขวงกับ FIMC ต่างกัน โครงการลงทุนบางแห่งได้รับการอนุมัติจาก FIMC แล้ว แต่ในทางปฏิบัติเป็นอำนาจของเจ้าแขวง ซึ่งบางครั้งมีนโยบายแตกต่างจาก

FIMC มาก ทำให้เกิดปัญหาในการลงทุน

  1. ระบบภาษี 

·        ขาดความชัดเจนและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย  นักลงทุนต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด

  1. การติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาล

·        นักลงทุนต้องติดต่อหลายหน่วยงาน ซึ่งมีระบบและการประสานงานที่ไม่ดี มีการดึงอำนาจระหว่างส่วนกลาง และแขวง ทำให้การติดต่อทำได้ลำบาก

·        มีความไม่แน่นอนในการอนุมัติโครงการลงทุนเนื่องจากโครงการที่เหมือนหรือคล้ายกันอาจได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน และโครงการถูกขอเลื่อนเวลาอนุมัติโดยไม่มีเหตุผล

·        การนำเข้าสินค้ามีหลายขั้นตอนและซับซ้อนมาก

·        รัฐบาลลาวมีข้อกำหนดในการอนุมัติโครงการลงทุนจากต่างชาติเข้มงวดขึ้น โดยกำหนดให้นักลงทุนต่างชาติต้องวางเงินประกันว่าตนต้องการจะเข้าไปลงทุนจริง ๆ เพื่อให้รัฐบาลลาวเกิดความเชื่อมั่น

·        รัฐบาลลาวมีทัศนคติที่ไม่ดีกับนักลงทุนไทย  เนื่องจากที่ผ่านมาชาวลาวเห็นว่านักลงทุนไทยไม่มีความจริงใจในการเข้าไปทำธุรกิจในลาว นอกจากนี้ ยังชอบดูถูกและเอาเปรียบคนลาวอีกด้วย

·        รัฐบาลลาวมีนโยบายเข้มงวดการนำเข้า เนื่องจากลาวขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จึงห้ามนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ

  1. โครงสร้างพื้นฐาน

*               สิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ยังไม่ได้รับการพัฒนา เช่น ถนน โทรศัพท์ โดยเฉพาะนอกเมือง

  1. กระบวนการยุติธรรม

*                การพิจารณาคดีของศาลในส่วนของคดีเพ่งและพาณิชย์ ล่าช้า และไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากขาดกฎระเบียบที่จะรองรับปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น และขาดบุคลากรที่มีความรู้ แม้จะอนุญาตให้อนุญาตโตตุลาการของประเทศอื่น หรือองค์กรระหว่างประเทศเป็นผู้ตัดสินข้อพิพาทก็ตาม ในทางปฏิบัติมักจะมีการนำคดีขึ้นสู่

ศาลลาวก่อน

  1. การตลาด

*   ตลาดในลาวมีขนาดเล็ก เนื่องจากจำนวนประชากรน้อย (5.091 ล้านคน : ปี 2542) และประชากรส่วน

         ส่วนใหญ่ยากจน มีรายได้ต่อหัวต่ำ (ประมาณ 280 ดอลลาร์สหรัฐ : ปี 2542) ทำให้มีอำนาจซื้อน้อย

*   การกระจายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศทำได้ช้า เนื่องจากระบบการสื่อสารและคมนาคมอยู่ในช่วง

         การพัฒนา ทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ช้ามากและมีค่าใช้จ่ายสูง

  1. บุคลากร

*   เนื่องจากอยู่ภายใต้ระบบสังคมนิยมเป็นเวลานาน ทำให้บุคลากรขาดความรู้ความชำนาญ

*   อัตราการรู้หนังสือของประชากร ชาย 72% ประชากรหญิง 53%

*   ขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะช่วงฤดูเพาะปลูก เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่นิยมอยู่บ้านโดยเฉพาะแรงงานผู้หญิง เนื่องจากผู้หญิงลาวนิยมอยู่กับบ้านเลี้ยงลูก

  1. การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการโอนเงินออกนอกประเทศ

*    การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าต้องใช้เวลานาน และขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าด้วย

*    การโอนเงินออกนอกประเทศต้องมีหลักฐานการขออนุญาต

*    ค่าเงินกีบลดลงอย่างต่อเนื่อง (อัตราตลาด ณ เดือนมีนาคม 2544: 193.25 กีบ/บาท หรือ 8,453 กีบ/ดอลลาร์สหรัฐฯ)

*    การแลกเงินธนาคารในลาวมักรับแลกสกุลใหญ่ เป็นสกุลเล็กเท่านั้น เช่น สามารถแลกเงินสกุลดอลลาร์เป็นบาท หรือกีบ และบาทเป็นกีบได้ แต่ไม่รับแลกเงินกีบเป็นเงินดอลลาร์หรือบาท

 

 

                                                    การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ

 

          ในการประชุมสมัชชาของพรรคปฏิวัติประชาชนลาว เมื่อวันที่ 12 – 14 มีนาคม 2544  รัฐบาลลาวได้กล่าวถึงการวางแผนที่จะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจภายในปี 2544 – 2548 ในพื้นที่แต่ละภาคของประเทศลาว เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละภาคดำเนินไปพร้อม ๆ กัน โดยพื้นที่ภาคกลาง กำหนดให้แขวงสะหวันนะเขตเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปเขตปลอดภาษี และศูนย์กลางการขนส่งสินค้าชายแดน

             นโยบายการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การเร่งพัฒนาพื้นที่ในภาคกลาง เพื่อรองรับกับปริมาณการค้าและการลงทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากโครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาแนวตะวันออก (EAST-WEST CORRIDOR) ระหว่าง เวียดนาม ลาว ไทย และพม่า 

 

                                                                        รายชื่อหน่วยงานราชการ

 

                                         รายชื่อ                                                                                 ที่อยู่

 

  1. อัครราชฑูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์)                              OFFICE OF COMMERCIAL AFFAIRS,

(MINISTRY-COUNSELLOR (COMMERCIAL)                 ROYAL THAI EMBASSY, PHONKENG ROAD,

                                                                                                XAYASETTHA,DISTRICT,P.O BOX 128

                                                                                                VIENTIANE, LAO P.D.R.

                                                                                                TEL : 007-85621-413706,413704

                                                                                                 FAX : 007-85621-412089

  1. สถานเอกอัครราชฑูต ณ เวียงจันทน์                                     ROUTE PHONEKHENG VIENTIANE ,P.O BOX 128,

ROYAL THAI EMBASSY                                                      VIENTAINE , LAO P.D.R.

                                                                                                 TEL : 007-85621-214582-3,214585-6

  1. THE FOREIGN INVESTMENT MANAGEMENT                LUANGPRABAND ROAD, BAN SITHANTARY

COMMITTEE (FIMC)                                                              SIKHOTTABONG DISTRICT VIENTIANE, LAO P.D.R

                                                                                                                   TEL: 007-85621-222691,216663-4

                                                                                                                    FAX : 007-85621-215491

                                                                                                                    E-MAIL : FIMC@LAOTEL.COM

  1. MINISTRY OF COMMERCE

                                                                                                            PHONXAY ROAD,BAN PHONXAY,XIASETTHA DISTRICT

                                                                                                                    VIENTIANE , LAO P.D.R.

                                                                                                                    TEL : 007-85621-412014

                                                                                                                     FAX : 007-85621-412434

  1. MINISTRY OF FINANCE

                                                                                                             THATLUANG ROAD , BAN PHONXAY , XIASETTHA DISTRICT

                                                                                                                      P.O.BOX 46 VIENTIANE , LAO P.D.R.

                                                                                                                     TEL : 007-85621-412409

                                                                                                                     FAX : 007-85621-412407

 

 กลับสู่ด้านบน

 

แนะนำ ติ-ชม ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลหรือแจ้งเบาะแส E-mail มาที่ webmaster@mukweb.com
หรือที่ E-mail : akkrat@maildozy.com หรือติดต่อที่ศูนย์ประสานงานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร
สำนักงานทนายความอรรครัตน์ รัตนจันทร์ และเพื่อน
33/9 ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 49000
โทร. 01-8735019 , โทรสาร 042-612973