พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535

เป็นพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นเพื่อรักษาสิทธิอันพึงมีของประชาชนที่ประสบภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้รับการชดเชยค่าเสียหาย
และได้รับค่าเสียหายและได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นที่แน่นอนและทันท่วงทีการประกันความเสียหาย เจ้าของรถจะต้องจัดให้มีการ ประกันสำหรับผู้ประสบภัยกับบริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ จำนวนเงินเอาประกันนั้นจะกำหนดตามชนิด ประเภท และขนาดของรถแต่ต้องไม่น้อยกว่าเงินที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง เช่น รถที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน ให้มีจำนวนเงิน ประกันภัย 5,000,000 บาทต่อคน สำหรับความเสียหายหนึ่งครั้ง และจำนวนเงินที่เอาประกันภัย 50,000 บาท ต่อคนสำหรับ ความเสียหายต่อร่างกาย หรือ 80,000 บาทต่อคนสำหรับความเสียหายต่อร่างกายหรือกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณีได้แก่ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ เสียแขน ขา มือ เท้า ฯลฯ หรือ 80,000 บาทต่อคนสำหรับความเสียหายต่อชีวิต เป็นต้น ค่าเสียหาย เบื้องต้นต้องร้องขอภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหาย

รถที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหาย
๑. รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ คือ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถอื่นๆ ตามที่กำหนดในกฎ กระทรวง
๒. รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก คือ ยานพาหนะทุกชนิดที่ใช้ในการขนส่งทางบกในการขนคน สัตว์ สิ่งของ
๓. สำหรับรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศและนำเข้ามาใช้ในประเทศ ต้องจัดให้มีความประกันความเสียหายสำหรับผู้ประกันภัย เช่นเดียวกับรถในประเทศ และต้องมีระยะเวลาประกันภัยไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่รถนั้นอยู่ในราชอาณาจักร

การทำประกันภัย ทำได้ที่บริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาต โดยมีอัตราเบี้ยประกันภัยตามที่นายทะเบียนกำหนดของรถ แต่ละ ประเภทและขนาด เพื่อความสะดวกควรนำสำเนาภาพถ่ายทะเบียนรถไปด้วย และเมื่อชำระเบี้ยประกันและจะได้รับสติ๊กเกอร์ ก็ให้นำไปติดไว้ที่กระจกหน้าด้านใน หันข้อความออกด้านนอก ในกรณีที่เป็นรถใหม่ ต้องจัดให้มีประกันความเสียหายก่อนที่จะ ได้รับจดทะเบียนรถนั้น และเมื่อมีการโอนเปลี่ยนเจ้าของรถ ผู้รับโอนยังต้องได้รับความคุ้มครองตลอดอายุกรมธรรม์ประกันภัย ที่ยังเหลืออยู่ผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง ได้แก่ ทุกคนที่อยู่ในรถและนอกรถที่ได้รับอันตรายจากรถที่ใช้ทางหรืออยู่ในทาง และยังรวม ถึงทายาทของผู้ประสบภัยที่ถึงแก่ความตายด้วยการคุ้มครอง ความเสียหายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถนี้เป็นค่าเสีย หายเบื้องต้นที่เกิดอันตรายร้ายแรงแก่ร่างกายและต่อชีวิต ไม่รวมถึงความเสียหายของทรัพย์สินความเสียหายต่อร่างกาย ได้แก่ ค่ายา อาหาร ค่าบริการทางการแพทย์ ฯลฯ โดยจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท และจะได้รับค่าเสียหายรวมกับข้อแรกในกรณีที่ถึงแก่ความตายหลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลการร้องขอรับค่าเสียหาย
ความเสียหายต่อร่างกาย ต้องใช้ใบเสร็จรับเงินของโรงพยาบาลหลักฐานแจ้งหนี้ในการรักษาพยาบาล สำเนาบัตรประจำตัว หรือหนังสือเดินทาง หลักฐานที่ทางราชการออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้นั้นประสบภัยความเสียหายต่อชีวิต ต้องใช้ใบมรณบัตร สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นถึงแก่ความตายเพราะประสบภัยจากรถ
ถ้าเป็นทั้งสองข้อรวมกันก็ต้องใช้หลักฐานรวมกันด้วยผู้จะขอได้จะต้องเป็นผู้ประสบภัย หรือญาติพี่น้องที่มีส่วนได้เสีย หรือทายาทของผู้ประสบภัย

การจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น
๑. จ่ายแก่ผู้ประสบภัยหรือโรงพยาบาล
๒. จ่ายเป็นเงินสด หรือเช็คที่ไม่ได้ลงวันที่ล่วงหน้า
๓. ควรจ่ายเงินให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดชอบ
๔. กรณีที่บริษัทไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยหรือกรมการประกันภัย หรือสำนักงานประกันภัยภูมิภาค หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพื่อดำเนินการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทน
ลักษณะความผิดและบทลงโทษ
๑. เจ้าของรถผู้ใดไม่จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
๒. ผู้ใดใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ที่ประสบภัย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
๓. ถ้าไม่ติดเครื่องหมายแสดงว่ามีการประกันความเสียหาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
๔. ผู้ประสบภัยหรือทายาทที่ยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยทุจริตหรือใช้หลักฐานปลอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ